ตอนที่ 2 : หล่มธรรมาภิบาล
ทำไมค่าฝุ่นภาคเหนือถึงแก้ไม่จบ? ทั้งที่เทศบาลและชุมชนในพื้นที่พร้อมสู้ไฟ แต่สิ่งที่ผูกมัดอยู่ไม่ใช่เปลวเพลิง... แต่คือ #หล่มระเบียบราชการ สารคดีตอนที่ 2 #หล่มธรรมาภิบาล จะพาไปดูความจริงหลังม่านควัน ว่าทำไมท้องถิ่นที่เป็นด่านหน้าถึงทำงานไม่ได้เต็มที่ - พื้นที่ป่านับแสนไร่ แต่ได้รับงบดูจัดการ 18,000 บาทต่อปี - น้ำมันเบนซินเติมเครื่องเป่าลมเบิกไม่ได้ เพราะระเบียบให้เบิกได้เฉพาะน้ำมันรถยนต์ - จะซื้อเทคโนโลยีมาช่วยชี้เป้าไฟป่า ก็ถูกตีความว่าเป็นงบฟุ่มเฟือย นี่คือส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีไว้แค่สั่งห้าม แต่คือเครื่องมือที่จะเข้ามาทลายไซโลทั้งข้อมูลและการจัดการ เพื่อจะเชื่อมโยงทุกหน่วยงานให้มีเป้าหมายเดียวกัน ไม่ต้องเกี่ยงเขตรับผิดชอบ ปลดล็อกงบประมาณ มอบอำนาจและทรัพยากรตรงสู่ท้องถิ่น ให้มีงบซื้ออุปกรณ์และจ้างคนเฝ้าระวังได้จริงตามหน้างาน คนทำงานด่านหน้าเข้าใจดีว่า... ปัญหาฝุ่นไฟจะแก้ไม่ได้เลย ถ้าไม่เริ่มแก้ที่ "สิทธิที่ดินทำกิน" ไปดูบทเรียนที่น่าสนใจจากท้องถิ่นที่พยายาม "หาช่องทางจากระบบราชการ" เพื่อความอยู่รอดของคนและป่า ในวันที่ระเบียบส่วนกลางติดขัด ยุ่งยากไปซะทุกอย่าง ท้องถิ่นบางแห่งเลือกที่จะไม่รอให้โครงสร้างเปลี่ยน แต่ใช้ "อำนาจเท่าที่มี" มาสร้างนวัตกรรม เปลี่ยน 'อาชญากร' เป็น 'ผู้ดูแล' ในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ชาวบ้านมักแอบเผาเพราะกลัวความผิด แต่ท้องถิ่นที่นี่ใช้ระบบฐานข้อมูลและ "ทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน" เข้ามาทำให้เขตแดนชัดเจน เพื่อให้ชาวบ้านมีตัวตนและรับผิดชอบพื้นที่ตัวเองได้จริง เพราะรู้ว่าถ้าเรื่อง "ปากท้องและที่ดิน" ไม่ถูกจัดการ ไฟกองต่อๆ ไปก็จะยังลุกไหม้ไม่สิ้นสุด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการดับไฟ แต่คือการพยายาม "แก้โจทย์ที่รากเหง้า" เมื่อชาวบ้านมั่นใจในสิทธิที่ดิน เขาก็พร้อมจะเลิกเผาและเปลี่ยนมาเป็นผู้รักษาป่าแทน และที่สำคัญ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่จะมาปลดล็อกพันธนาการทั้งหมดนี้ให้กลายเป็นจริง ได้อย่างไร เพราะถ้ากฎหมายแม่ไม่เปลี่ยน ท้องถิ่นก็ยังต้องสู้ไฟด้วยมือเปล่าต่อไป ท้องถิ่นคือด่านหน้า... มาร่วมทำความเข้าใจว่า "โครงสร้างที่ถูกต้อง" จะคืนลมหายใจสะอาดให้เราได้อย่างไรในตอนที่ 2 นี้ ความร่วมมือระหว่าง Locals ThaiPBS X ผู้ผลิตอิสระทีม Free From และ เครือข่ายการสื่อสารและการดำเนินการ PM2.5 แบบบูรณาการ




